คู่มือการล้างฟิล์ม: Lomography Berlin Kino 400

เราชอบที่จะเก็บภาพความทรงจำที่มีค่าของคุณผ่านภาพถ่าย ซึ่งภาพเหล่านั้นจะเป็นผลงานชิ้นเอกที่ช่วยสร้างเรื่องราวที่งดงามเหนือกาลเวลาได้ (: เราจึงอยากจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าใจ ก่อนที่คุณจะซื้อ ฟิล์ม Lomography Berlin Kino B&W 400 35 mm รุ่นปี 2019 ตั้งแต่เทคนิคการถ่ายภาพ ทั้งกลางแจ้งและตอนกลางคืน ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับ post-processing ด้วย รับรองว่าถ้าได้อ่านแล้วลองทำตาม ภาพของคุณจะออกมาโดดเด่นแน่นอน~

ภาพโดย: Charlotte Rea

การถ่ายภาพ

แนะนำว่าให้ลองใช้พวกตัวฟิลเตอร์ร่วมกับการถ่ายภาพฟิล์มด้วย การเลือกก็แล้วแต่ฉาก เนื้อเรื่อง หรือความเป็นเอกลักษณ์ที่ต้องการของคุณได้เลย ตัวฟิลเตอร์ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ภ่พของคุณอาร์๖ขึ้น และสื่อสารเรื่องราวได้ตาที่คุณต้องการได้มากขึ้นอีกด้วย

ภาพโดย: Charlotte Rea, sunny_liu, Daniel Jay Bertner, Pauline Goasmat, และ Trevor Lee

การจำกัดสีที่ไม่ต้องการให้ผ่านเลนส์ สามารถช่วยให้ภาพคอนทราสจัดมากขึ้น และเพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น เราได้สร้างตัวอย่างภาพที่เราได้ทดลองโดยใช้ฟิลเตอร์ที่หลากหลายมาให้ได้ชมกัน

ฟิลเตอร์ (เริ่มจากรูปแรก - รูปสุดท้าย): สีส้ม, สีฟ้า, สีเขียว, สีแดง และสีเหลือง ซึ่งถ่ายโดย: Axel Guelcher, Jimmy Cheng, sunny_liu และ Marie Yako

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินหรือสงหมด การถ่ายภาพในที่มืด ถือว่าท้าทายมาก! ยิ่งถ้าไม่มีแฟลชหรือเลนส์ที่โฟกัสได้เร็วๆก็ยากพอสมควรเลย แต่ไม่ต้องกังวลไป ก็เหมือนเมืองเบอร์ลินที่มไ่มีวันหลับไหล ฟิล์ม Berlin Kino ก็เช่นกัน เพราะสามารถ push เพิ่มไปจนถึง ISO 800, 1600 และ 3200 ในขณะที่ภาพยังคงความคมชัดและคอนทราสจัดอยู่แบบไร้ที่ติ เพียงแค่ตั้งค่า ISO ของกล้องให้ push ตามต้องการ และถ่ายได้เลย! สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนนี้ ดูเพิ่มได้ที่หัวข้อ 'การล้างฟิล์ม'

ภาพโดย: Edvinas Valikonis, Marilena Vlachopoulou, และ Trevor Lee

การล้างฟิล์ม

หนึ่งในแง่มุมการถ่ายภาพขาวดำก็คือการที่เราสามารถสร้างสรรค์ภาพได้อย่างไม่มีขีดจำกัดจาก*การล้างฟิล์ม* และถ้าคุณต้องการส่งไปล้างที่แล็บล้าง เราขอแนะนำให้ล้างที่ ISO 400 (27°C) แต่จริงๆแล้วเพื่อความยืดหยุ่นและประสบการณ์สนุกๆ ลองล้างดูที่บ้านก็ดีนะ (:

เราได้รวบรวมรายชื่อน้ำยา developers ที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับใช้กับฟิล์มตัวนี้

Kodak HC-110 คือหนึ่งในตัวที่ดีที่สุดสำหรับฟิล์มขาวดำ ภาพจะออกมาคอนทราสน้อยๆ ช่วงไดนามิกดี เกรนละเอียดดี เหมาะมากสำหรับคนที่จะเอาไปทำ post-process ต่อหรืออัดขยายภาพ เพราะสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี

Kodak HC-110: การกลั่น B (1+31) ประมาณ 8 นาที 7 วินาที (20°C)

หากคุณต้องการความคมชัดสูง แนะนำให้ใช้ Ilford Ilfosol-3 เพราะภาพจะออกมาเกรนละเอียดและคมชัดมากๆ เหมาะกับการขยายและพิมพ์ภาพ ในขณะเดียวกันคอนทราสออกมาค่อนข้างสวยและเงามีรายละเอียดที่ดี

Ilford Ilfosol 3: การกลั่น 1+9 ประมาณ 8 นาที 45 วินาที (20°C)

น้ำยา developer สุดคลาสสิค 2 ตัวนี้ มีเหมือนกันคือคอนทราสที่ดีและเก็บรายละเอียดได้ครบ ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วๆไป

Kodak D-76: การกลั่นในสต็อก ประมาณ 12 นาที (20°C)
เปรียบเทียบกับ การกลั่น R 09 1+50 distillation ประมาณ 17 นาที 30 วินาที (20°C)

และพิเศษมากขึ้น เพราะฟิล์ม Berlin Kino film ไม่จำเป็นต้องถ่ายเพราะในที่กลางแจ้งเท่านั้น คูรสามารถ*push* ให้ฟิล์มได้ถึง ISO 800, 1600 หรือ 3,200 ได้ ในขณะที่ภาพยังคงเก็บรายละเอียดและโทนสีที่สมดุล และมีเกรนที่งดงามได้ ซึ่งืำใหการถ่านตอนกลางคืนท้าทายและสนุกมากกว่าเดิม!

อย่าลืมบอกแล็บที่คุณจะส่งฟิล์มไปล้างด้วยนะว่าต้องการ push กี่ stop และถ้าคุณล้างฟิล์มเองที่บ้าน เราขอแนะนำ Tetenal Balancing Developer ซึ่งมารูปแบบผง ออกมาแบบมาให้คุณสามารถ push ได้โดยที่เกรนยังสวยงามอยู่

  • +1 Stop: 12 minutes at 22°C
  • +2 Stops: 15 minutes at 22°C
  • +3 Stops: 18 minutes at 22°C
Tetenal Developer, อุณหภูมิ 22° C, Normal stop
Tetenal Developer, อุณหภูมิ at 22° C, Pushed +1 stop ที่ 12 นาที
Tetenal Developer, อุณหภูมิ 22° C, Pushed +2 stops ที่ 15 นาที
Tetenal Developer, อุณหภูมิ 22° C, Pushed +3 stops ที่ 18 นาที

เข้าห้องมืด

ฟิล์ม Berlin Kino ทำให้เรานึกถึงห้องมืด นึกการแช่ภาพในน้ำและแสงสีแดง ด้วยไดนามิกที่ดึงดูดงมากๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อล้างด้วย Kodak HC-110 หรือ Xtol) ภาพออกมาจะเหมาะมากกับการเอาไปปริ้นท์ด้วยไฟล์คุณภาพสูง

ลองเลือกฟิลเตอร์ต่างๆเพื่อทำให้มู้ดภาพของคุณสมบูรณ์ที่สุด (: เราได้ลองปริ้นท์ภาพออกมาดู และบอกได้เลยว่าออกมาดีมาก! ถ้าอยากลองทำดู เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมในบทความ setting up and using your darkroom ได้เลยยย

กระบวนการ Post-processing

และถ้าเป็น ห้องมืดแบบ Digital' หล่ะ! เราใช้กฎแบบเเดียวกันเลยนะ เมื่อเราล้างและสแกนปกติแล้ว ฟิล์ม Berlin Kino จะได้ออกมาเป็นไฟล์ flat สวยงาม คล้ายๆกับ D-log หรือภาพ RAW ซึ่งหมายความว่าภาพจะรักษาพวกไดนามิกและโทนได้ดีกว่าฟิล์ม negative แบบเดิมๆที่คอนทราสจัดกว่า แถมยังเก็บรายละเอียด ไฮไลท์ และเงาในภาพได้ดี คุณสามารถแก้ไขภาพที่ over และโทนสีให้สวยยิ่งขึ้นได้ โดย editing suite

รูปที่ยังไม่ได้ Edit:ซ้าย
ภาพโดย: kwokhalil

มาสร้างสรรค์ภาพถ่ายของคุณจากฟิล์มตัวนี้กัน! (:


เราหวังว่าคุณจะเอ็นจอยกับการอ่าน Berlin Kino Cookbook! และเรารอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นผลงานของคุณ ~ อัปโลหดภาพขาวดำของคุณได้ที่ Lomohome หรือแชร์ลงแบบ social media พร้อมติด #heylomography ก็ได้น้าา

written by sameder on 2019-10-11 #gear #tutorials

Mentioned Product

Lomography Berlin Kino 400 ISO

Lomography Berlin Kino 400 ISO

Capture life’s most elusive moments in everlasting monochrome charm with this rare black and white cine film.

More Interesting Articles