Sepulchral: การเดินทางไปสู่เมืองแห่งความตายโดย Ellen Rogers: 1888

สวัสดี! และขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความของฉันอีกรอบในซีรี่ส์ Sepulchral นี้ ปีที่แล้วฉันเขียนบทความเกี่ยวกับ ‘The leaf room’ ซึ่งเป็นการทดลองที่เกี่ยวข้องกับฉันและตามหลอกหลอนฉัน นอกจากนั้นมันยังทำให้เกิด “ความรู้สึกว่างเปล่า” ขึ้นในตัวซึ่งฉันต้องการจะเติมเต็มมัน มันเป็น “ความรู้สึกว่างเปล่า” แบบเดียวกันที่เกิดขึ้นหลังจากได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ “การประท้วงไม้ขีดไฟในลอนดอน” ดังนั้นโปรดอ่านต่อด้านล่างหากคุณอยากจะทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพที่คุณเห็นต่อหน้านี้…

ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการประท้วงของชนชั้นแรงงานส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เริ่มต้นจากในสมัยนี้ อันที่จริงแล้วยิ่งฉันสังเกตมากเท่าใดมันยิ่งปรากฏออกมาชัดเจนว่าจิตแห่งการปฏิวัติอาจจะเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในหมู่ผู้ใช้แรงงานเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่โหดร้ายก็เป็นได้ เพราะแท้จริงแล้วเราต่างก็เป็นสัตว์ที่มีสติปัญญากันทั้งนั้น บันทึกของการประท้วงของเหล่าผู้ใช้แรงงานนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ* ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่เรื่องราวที่จะกล่าวต่อไปนี้หากไม่รวมถึงการเริ่มต้นที่ยากลำบากแล้วมันก็ค่อนข้างจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เดือนมิถุนายนปี 1888 Annie Besant นักข่าวสาวจาก Fleet Street (และแกนนำการประท้วงในกรณีโรงงาน Bryant and May) ได้เขียนบทความที่สำคัญลงหนังสือพิมพ์ ‘The Link’ โดยใช้หัวเรื่องว่า ‘ทาสผิวขาวในกรุงลอนดอน’ ทั้งผู้หญิงและเด็กในโรงงาน Bryant and May ใน Bow กรุงลอนดอนต่างใช้ ‘ฟอสฟอรัสขาว’ ในการทำไม้ขีดไฟ ตัวงานที่พวกเขาต้องทำนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นงานที่ยากลำบากพอควร และจากบทความของ Besant ในปี 1888 พวกเขาต้องทำงานกันตั้งแต่ 6.30 น. ไปจนถึงสองทุ่ม และต้องยืนทั้งวัน โดยคนงานเหล่านี้จะได้เงินเทียบเป็นอัตราปัจจุบันคือวันละ 50 เพนซ์ (ตามที่ฉันไปดูมาจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ) และความยากลำบากเหล่านี้ยังรวมไปถึงการที่พวกเขาต้องถูกปรับเงินหากทำงานผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา ในตอนท้ายของบทความที่รุนแรงของ Besant เกี่ยวกับผู้หญิงเหล่านี้ เธอเขียนเอาไว้ว่า:

ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยั้งการดำเนินต่อไปของสิ่งที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการประณามการกระทำที่เป็นอยู่ ล้วนแล้วแต่จะช่วยทำให้มีคนตายลดลง เราต้องทำให้พวกเขาได้สติเสียที ยกตัวอย่างเช่น การทำให้รายได้ของพวกเขาลดลง เพราะการทำสิ่งเหล่านี้ อย่างน้อยเราได้งดการ “เข้าไปมีส่วนร่วมในความผิดบาป” โดยเลิกซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ความพยายามของเธอที่จะชักชวนให้สาธารณชนเลิกใช้ไม้ขีดจากที่นี่นั้นได้ผลและได้รับการตอบรับเป็นวงกว้าง

สุขภาพของบรรดาผู้ใช้แรงงานนั้นย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดจากการทำงานที่โรงงานเหล่านี้ ผลจากการใช้ ‘ฟอสฟอรัสขาว’ นั้นทำให้ผิวหนังกลายเป็นสีเหลือง ผมร่วง เกิดโรคกระดูกจากฟอสฟอรัส (เป็นรูปแบบหนึ่งของมะเร็งกระดูกโดยส่วนหนึ่งของใบหน้าจะกลายเป็นสีเขียวแล้วก็ดำ และมีหนองส่งกลิ่นเหม็น และท้ายสุดคือเสียชีวิต) ไปจนถึงการเกิดเนื้องอกและการถูกไฟลวกซึ่งเป็นผลจากไม้ขีดไฟ และอุบัติเหตุจากการประกอบอาชีพนานาชนิดซึ่งเกิดจากสภาพการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐาน

ภายหลังจากบทความของ Besant ได้รับการตีพิมพ์ลงใน ‘The Link’ ก็เกิดการตอบโต้จาก ‘Bryant and May’ โดยทางโรงงานบังคับให้คนงานของพวกเขาเซ็นเอกสารที่ยืนยันว่าพวกเขานั้นมีความสุขกับสภาพการทำงานที่เป็นอยู่ เมื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เป็นสตรีปฏิเสธที่จะทำตาม ผู้ก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวก็ถูกไล่ออก การตอบโต้ที่เกิดขึ้นตามมานั้นรวดเร็วมาก โดยหญิงผู้ใช้แรงงานของ Bryant & May จำนวน 1400 คนได้ทำการประท้วง และ William Stead บรรณาธิการของ Pall Mall Gazette และ Henry Hyde Champion จาก Labour Elector และ Catharine Booth จาก Salvation Army ก็ได้เข้าร่วมกับ Besant ในความพยายามที่จะปรับปรุงสภาพการทำงานให้ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับ Sydney Oliver, Stewart Headlam, Hubert Bland, Graham Wallas และ George Bernard Shaw อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เช่น The Times ได้โทษ Besant และผู้สนับสนุนความคิดแบบสังคมนิยมคนอื่นๆ สำหรับกรณีพิพาทที่เกิดขึ้น

ทั้ง Annie Besant, William Stead และ Henry Hyde Champion ใช้หนังสือพิมพ์ของพวกเขาเป็นตัวเรียกร้องการคว่ำบาตรไม้ขีดของ Bryant & May บรรดาพวกผู้หญิงที่บริษัทก็ยังได้ตัดสินใจที่จะจัดตั้ง “สหภาพของผู้หญิงโรงงานไม้ขีดไฟ” และ Besant ตกลงที่จะเป็นผู้นำของพวกเขา หลังจากสามอาทิตย์ผ่านไป บริษัทก็ประกาศยอมว่าจ้างสาวโรงงานที่ถูกบอกเลิกจ้างไปอีกครั้ง และยังได้ยุติระบบการปรับเงินอีกด้วย พวกผู้หญิงต่างยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างผู้มีชัย กรณีพิพาทของ Bryant & May เป็นการประท้วงครั้งแรกที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้ก่อตั้งเป็นสหภาพที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนในระดับประเทศ นอกจากนี้มันยังประสบความสำเร็จในการช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้กับสหภาพแรงงานทั่วประเทศอีกด้วย *

ฉันของแสดงความเคารพต่อผู้หญิงทั้งหลายที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการเอารัดเอาเปรียบของนายจ้าง และในขณะที่หาข้อมูลเพื่อเขียนบทความนี้ขึ้นมา ฉันก็ไม่สามารถหาภาพของผู้หญิงที่ถูกทำร้ายไปได้มากกว่าภาพเพียงภาพเดียวซึ่งเป็นภาพของกลุ่มผู้ประท้วงกลุ่มเล็กๆ ความพยายามของฉันในจุดนี้คือการจำลองภาพของสภาพโรงพยาบาลในปี 1888 ขึ้นมาใหม่ให้สมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธว่ามันจะมีจินตนาการของฉันเสริมเข้าไปด้วย

ที่มา: John Romer, Ancient Lives; the story of the Pharaoh’s Tombmakers. London: Phoenix Press, 1984, pp. 116-123. ดูต่อที่ E.F. Wente, “A letter of complaint to the Vizier To”, ใน Journal of Near Eastern, Mernick, และ Spartacus. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมให้ดู ที่นี่ หรือ ที่นี่ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ!

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซีรี่ส์ Sepulchral ของ Ellen Roger ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตสไตล์อนาล็อกของ Ellen Rogers ได้จากบทความ Instilled with Lustre and Wonder

written by ellenrogers on 2012-03-14 #lifestyle #ellen-rogers #sepulchral-series #regular-contributors
translated by renze

More Interesting Articles