Kino Cool นะยะ

4

ใครจะเชื่อว่าเราจะสร้างหนังสั้น ๆ ด้วยฟิล์มถ่ายรูปธรรมดาม้วนเดียวร่วมกับสินค้าตัวใหม่จาก Lomography ตอนนี้เราได้ข้อมูลมามากมายสำหรับกล้องตัวนี้จนเป็น talk of the town ไปแล้ว บางคนอาจจะยังไม่มีโอกาสมาชม วันนี้เรามาชำแหละเปิดกล่องชมกล้องกันให้สะใจกันไปเลยดีกว่า

กล่องเจ้ากล้อง LomoKino มีอยู่ 2 แบบ เป็นชุดที่มี LomoKinoscope กับไม่มี แต่เราคงต้องเปิดกล่องที่มีสินะ อย่างที่เห็นว่าพอเปิดกล่องขึ้นมาก็จะพบกล้องบนฐานวางที่ออกแบบมาให้อย่างดี แค่คุณไม่ได้ใช้ก็ตั้งโชว์เท่ ๆ ได้เหมือนกัน แต่ฝันไปเหอะว่าพวกเราจะตั้งโชว์ไว้เฉย ๆ ใช่ม๊ะ

ก่อนที่จะมาชมกล้องเรามาชมสมุดที่แถมมากันซักนิดหน่อย คงบอกว่าขาดกันไม่ได้กับหนังสือที่หลาย ๆ คนสะสม จริง ๆตั้งใจอยากถ่ายมาให้ดูเยอะ ๆ แต่พอได้เปิดแล้วมีความรู้สึกว่าอยากให้คุณเปิดดูเองมาก ๆ เหมือนดูหนังแล้วมีคนมาเล่าตอนจบก็ไม่ไหวนะ ถ้าได้ดูเองแล้วจะรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมาก ๆ งานนี้ได้แถม 2 เล่มเลย เล่มเล็กเป็น Flip Book แค่ค่อย ๆ ดีดไปทีละหน้าติดต่อกันก็จะเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้ว กับอีกเล่มเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับความเป็นมาของกล้อง LomoKino

บ่นมามากพอละได้เวลามาชมตัวกล้องสุดเจ๋งกันเลย เริ่มจากด้านหน้ากับความกว้างเลนส์เล็กสุดเจ๋งแค่ 25มม. กระเถิบมานิดก็จะเจอปุ่ม Close-up ที่ถ่ายได้ใกล้สุดในระยะ 2 ฟุต แค่กดปุ่มนี้ค้างไว้ตอนถ่าย จบด้วยปุ่มปรับรูรับแสง เลือกได้ตั้งแต่ f/5.6 จนถึง f/11 เลยทีเดียว

พอมาชมข้างบนจะได้พบ hot-shoe สามารถใช้กับ แฟลช ทุกชนิต ตามด้วยช่องมองขนาดจิ๋ว ที่เปิดปิดได้ ทำออกมาน่ารักดี แต่คงใช้น้อยครั้งเพราะมันเล็กจริง ๆ แต่เท่าที่ส่องก็โออยู่นะ ไว้อยากเล็งถ่ายอะไรสำคัญ ๆ ก็เปิดขึ้นมาละกัน

บางคนอยากรู้แล้วล่ะสิ ว่าเจ้ากล้องตัวนี้จะถ่ายยังไง ขึ้นชื่อว่ากล้องถ่ายภาพยนตร์โบราณแล้ว คงไม่พ้นก้านเลื่อนฟิล์มนั้นเอง อยู่ทางด้านขวาของตัวกล้อง สามารถเก็บได้แล้วเปิดมาหมุนถ่ายอย่างสะดวก (แต่ตอนถ่ายต้องหมุนชิด ๆ กับตัวกล้องนิดนึงนะ ให้ได้ยินเสียงแก๊ก ๆ นั้นแหละถ่ายได้) แอ็คชั่น!!!

ถัดจากก้านเลื่อนฟิล์มเราจะพบปุ่มอยู่ปุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้ง 2 ด้าน มันคือปุ่มเปิดฝากล้องนั่นเอง เมื่อกดพร้อมกันเราก็สามารถเปิดฝาเลนส์แยกออกจากตัวกล้อง อย่าเพิ่งตกใจเพราะกลไกกล้องตัวนี้แตกต่างออกไปโดยเลนส์จะอยู่ที่ฝาหน้าของกล้อง แล้วกลไกจะถ่ายได้อย่างไรล่ะ ลองหมุนที่ก้านเลื่อนฟิล์มก็จะเห็นก้านพลาสติกเล็ก ๆ (จุดวงกลมแดง) โยกดันชัตเตอร์ที่ฝาเลนนั่นเอง ดังนั้นอย่าไปซนกับแกนนี้มากนัก หักแล้วจะแย่เอา

ส่วนวิธีการใส่ฟิล์มก็จะแปลกออกไปเหมือนกันแต่ก็ไม่ยากเลยแค่ดึงก้านกรอฟิล์มขึ้น

ดึงลิ้นฟิล์มออกมาหน่อย วางเนื้อฟิล์มแนบตามรูปใช้นิ้วแนบเบา ๆ แล้วดันขึ้นมา

แล้วลากเนื้อฟิล์มไปติดเข้ากับเขี้ยวของแกนหมุนฟิล์ม หมุนก้านเลื่อนฟิล์มเล็กน้อยให้ฟิล์มพันเข้ากับแกนหมุนฟิล์ม เป็นอันเรียบร้อย ปิดฝาพร้อมถ่ายจ๊ะ

เริ่มเหนื่อยละเนี่ย อยากรู้จริงเขียนยาวขนาดนี้จะมีคนอ่านบ้างไหม ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละจัดเต็มอีกตัวด้วย LomoKinoscope เจ้า sidekick คู่หู Lomokino ไว้สำหรับดูฟิล์มที่ล้างมาแล้ว (คงต้องเป็นฟิล์มสไลด์แล้วล่ะ)

วิธีการเปิดเหมือนกล้องตัวใหญ่เลย กดปุ่มข้าง ๆ พร้อมกัน ดึงฝาออกจะเจอเหมือนกลักฟิล์ม ค่อยๆ เปิดเบา ๆนะครับ เปิดมาจะมีแกนให้ ให้เราเอาฟิล์มที่ล้างแล้วมาพันเข้ากับแกนแล้วใส่กลับไปที่เดิม แล้วใส่ฟิล์มคล้าย ๆ กล้องทั่ว ๆ ไป ปิดฝาเป็นอันจบ

วิธีดูก็แค่ส่องไปที่ช่องมองภาพหันหน้าเข้าหาแสง แล้วหมุนก้านหมุนฟิล์มเราก็สนุกกับภาพยนตร์ที่เราถ่ายมาเรียบร้อย (ถ้าอยากจะได้เพลงประกอบแนะนำให้เสียบหูฟังเปิดเพลงเอาเอง อิอิ)

สุดท้ายเพื่อความสนุกข้างใต้กล้อง LomoKino มีช่องสำหรับขาตั้งกล้องด้วยลองหาขาตั้งเล็ก ๆ มาหมุนเป็นที่จับก็น่าจะถ่ายภาพยนตร์สนุก ๆ ได้สะดวกมากขึ้นนะ

LomoKino ได้เปลี่ยนการถ่าย lomo ของเราไปอีกขั้นแล้ว แม้โลกจะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่กล้องก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นอนาล็อกอยู่ ผมว่ากล้องตัวนี้โดนมาก ๆ แล้วมันจะมีเทคนิคการถ่ายอะไรใหม่ ๆ เจ๋ง ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกไหมนะ น่าคิดจริงๆ เลย

written by wapclub on 2011-11-08 #gear #film #review #movie #lomo #lomography #lomokino

4 Comments

  1. dakadev_pui
    dakadev_pui ·

    น่าลองยิ่งนัก

  2. namwann_piz
    namwann_piz ·

    ชอบก้านหมุนฟิล์มมั่กๆ

  3. renze
    renze ·

    รีวิวได้เพลิดเพลินยิ่งนัก!

  4. 134340
    134340 ·

    มันเจ๋งมาก

More Interesting Articles