Have an account? Login | New to Lomography? Register | Lab | Current Site:

Ryan Schude กับการถ่ายภาพด้วยกล้อง Lubitel 166+

Ryan Schude ช่างภาพมืออาชีพจาก California กับกล้อง Lubitel 166+ ที่เขาตกหลุมรักมันอย่างจริงจัง

ชื่อจริง: Ryan Schude
เมือง: Los Angeles, California
ประเทศ: USA

คุณเป็นนักถ่ายภาพ Lomography มานานขนาดไหนแล้ว (หรือว่ามือใหม่เลย)
- จริงๆ แล้วฉันมีกล้องพลาสติกของ Lomography เล็กๆ ที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. มาตั้งแต่ปี 2000 แล้ว แต่ฉันดันทำมันตกตอนลงมาจากเครื่องเล่นที่อยู่ในงานรื่นเริงของเมืองแถบตอนกลางของ Calironia ฉันขับรถจาก Los Angeles ไป San Francisco กับเพื่อนแล้วเราก็ได้ไปแวะดูงานรื่นเริงของเมืองๆหนึ่งที่เล็กที่สุดในโลกก็ว่าได้ คนบังคับเครื่องเล่นบอกฉันแล้วว่า “ห้ามนำกล้องขึ้นเครื่องเล่น” แต่ถึงกระนั้น ฉันก็เกือบจะฆ่าเขาตอนกล้องมันตก หลังจากเหตุการณ์นั้นฉันก็ไม่ได้ถ่ายอีกเลยจนกระทั่งมีคนมาให้ร่วมโครงการ “Lomo Amigos” ซึ่งทำให้ฉันได้กล้อง Lubitel มาตัวหนึ่ง

สิ่งประหลาด หรือเหตุการณ์ที่พิลึกพิลั่น น่าขำที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับประสบการณ์ในการถ่ายภาพ Lomography ที่คุณเคยประสบมา
- เป็นคำถามที่ดีมาก อืมมม…มันมีอยู่ม้วนหนึ่งที่ฉันถ่ายรูปผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่ง และภาพถัดมาก็เป็นภาพที่ชายคนนี้กำลังพาผู้หญิงคนนั้นไปที่ไหนสักแห่ง ฉันทิ้งม้วนนี้ไว้นานจนกระทั่งได้นำมันไปล้าง พอล้างรูปออกมาและเอามาดู ฉันสามารถปะติดปะต่อได้ว่าถ่ายรูปนี้ที่ไหนตอนไหน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเรื่องราวรอบๆ ยังไม่ค่อยเด่นชัดนัก การได้พบกับความรู้สีกแบบนี้ทำให้ฉันเริ่มพกกล้องไปไหนมาไหนอีกครั้งหลังจากเป็นปีๆ ที่ไม่ได้มีกล้องติดตัวไว้ snap สิ่งต่างๆเลย เป็นการเริ่มต้นใหม่นอกเหนือจากงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ และเป็นการนำสิ่งดีๆ ที่เคยทำในอดีตกลับมาอีกครั้ง

คุณได้มีโอกาสไปร่วม Phoot Camp, กับ Laura Brunow Miner, (Trip กับ Workshop ถ่ายรูปที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น ผู้เข้าร่วมจะไปแค๊มปิ้งเป็นเวลา 48 ชม. กิจกรรมหลักๆก็คือท่องป่า สำรวจ ถ่ายรูปด้วยไอเดียแปลกๆ / ผู้แปล) ช่วงที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับคุณในสุดสัปดาห์นั้นคืออะไร
- วิ่งวนแก้ผ้าในความสับสนวุ่นวายกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักในความมืด ในความหนาวตอนเที่ยงคืนกับกลุ่มคนที่ชอบถ่ายรูปด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมากที่สุด แต่รวมๆ แล้วประสบการณ์ทั้งหมดมันสุดยอดจริงๆ ตั้งแต่ email แรกที่ได้รับเกี่ยวกับทริปนี้ ฉันก็รู้ทันทีเลยว่ามันต้องเป็นทริปที่มีแต่ตัวจริงเสียงจริงแห่งวงการการถ่ายภาพ และเป็นอะไรที่ฉันต้องเข้าร่วมให้ได้ การที่ได้เห็นคนหลายๆประเภท หลากหลายอาชีพ อาทิเช่น สถาปนิก, นักออกแบบ, โปรแกรมเมอร์, นักวิทยาศาสตร์, นักสร้างภาพยนตร์, ศิลปิน และอื่นๆ มารวมตัวกันเพื่อสรรค์สร้างงานทางภาพถ่าย เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ ฉันสามารถเขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ Phoot Camp ได้อีกยาว แต่ฉันคิดว่าเราควรทำเป็นอีกบทความหนึ่ง

ถ้ารูปของคุณที่แสดงอยู่นี้สามารถนำเอาเพลงมาใช้เป็นส่วนประกอบได้ 3 เพลง คุณจะเลือกเพลงอะไร (ชื่อเพลง และ ศิลปิน)
“The City Never Sleeps” – Lee Hazlewood
“Cuddle Fuddle” – Passion Pit
“Howlin’ At The Moon” – Hank Williams Sr

ถ้าคุณสามารถนำกล้อง Lubitel 166+ พร้อมกับฟิล์มสักถุงหนึ่งไปไหนก็ได้ในโลกตอนนี้ คุณจะอยากไปที่ไหน
- ฉันคงจะออก Road Trip ไปให้ทั่วตอนใต้ของอเมริกา ฉันพยายามที่จะกลับไปแถบนั้นมาระยะหนึ่ง เพราะว่าความหลากหลายของวิถีชีวิต อาหารที่มีรสชาติเยี่ยม และวัฒนธรรมต่างๆ ที่ฉันยังไม่มีความรู้และเข้าใจพอ

ลองบอกโปรเจคในอนาคตที่คุณวางแผนที่จะทำ อะไรที่จะทำให้คุณไม่ว่างในอนาคตนี้
- ฉันจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอ ด้วยความร่วมมือจากกลุ่มคนเล็กๆใน LA. เราจะนำเอาบ้านบนภูเขา (Cabin) เก่าๆมาไว้ในสตูดิโอ และให้ทหารผ่านศึกรุ่นเก๋ายิงใส่กันให้ตายไปข้าง น่าจะเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย

ใครที่คุณอยากจะถ่ายรูปเขามากที่สุด
- เป็นคำถามที่เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้ามีใครที่เหมือนเด็กผู้หญิงที่เล่นเป็น Little Orphan Annie ในภาพยนต์สมัยปี 80 เด็กที่มีผมสั้น สีแดง หยิก และกระเต็มหน้า ใครก็ตามที่มีลักษณะแบบนั้นน่าจะใช้ได้

คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มเล่นกล้อง Lubitel 166+
- อย่างแรกเลยต้องซื้อกระเป๋าหนังรุ่นเก่ามาใส่กล้องนี้ แล้วพามันไปทุกๆที่ อย่าลืมทำตัวให้ดูเหมือนศิลปินเวลาอธิบายให้คนอื่นฟังว่าทำไมถึงกลับมาชอบถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ไม่ใช่ว่าคุณมีอคติกับดิจิตอล แต่อันที่จริงชอบมันมากด้วยซำ้ และคงจะต่อยทุกคนที่บอกว่าฟิล์มเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้น และที่สำคัญบอกร้านล้างรูปของคุณด้วยว่า อย่าพยายามปรับความคมชัดตอนสแกนเกินที่ควรจะเป็น เพราะว่าแค่เครื่องแสกนก็ทำลายความสมบูรณ์แบบของฟิล์มมากพออยู่แล้ว

ในตอนที่คุณได้รับเลือกเป็นส่วนหนึ่งของ Lomo Amigo ในตอนนั้นคุณถ่ายรูปส่วนใหญ่ในแบบดิจิตอล อะไรที่ทำให้คุณย้อนกลับมาใช้ฟิล์มอีกครั้ง
- กล้อง Lubitel นี่แหละที่นำฉันกลับมาสู่ฟิล์มอีกครั้ง ฉันตื่นเต้นกับมันมากๆ ฉันถ่ายด้วยกล้อง iphone ในตอนนั้นโดยที่พยายามทำให้ภาพห่วยๆ จากกล้อง iphone ดูเหมือนฟิล์ม ฉันได้ขายกล้อง Hasselblad ไปเมื่อปีที่แล้ว และไม่ค่อยมีแรงจูงใจที่จะถ่ายฟิล์มสักเท่าไร แต่ตั้งแต่ฉันได้กล้อง Lubitel นี้มา ฉันตั้งกฎกับตัวเองว่าจะต้องมีเจ้ากล้องนี้ติดตัวไปเสมอ และรูปแบบใหม่ในการสรรค์สร้างผลงานของฉันก็เกิดขึ้น ซึ่งเกือบจะหายไปพร้อมกับกล้อง iphone เสียแล้ว

รูปภาพหลายๆ รูปของคุณดูเหมือนจะประกอบไปด้วยการเตรียมพร้อมอย่างละเอียด และการวางแผนในการถ่ายแต่ละภาพ ในตอนที่คุณถ่ายโครงการ Lomo Amigo คุณใช้วิธีการในการถ่ายภาพที่แตกต่างออกไปหรือไม่
- แตกต่างมาก ตรงข้ามกันเลยก็ว่าได้ รูปในโครงการ Lomo Amigo ของฉันล้วนแล้วแต่ยึดถือการถ่ายภาพแบบ Candid เป็นหลัก ฉันเคยเอากล้อง Lubitel ไปใช้ถ่ายภาพบนเวที และพอใจกับผลที่ออกมา แต่เหมือนกับว่าตัวฉันก็ยังคงติดการถ่ายแบบดิจิตอลอยู่ กล้อง Lubitel เหมาะกับการถ่ายแบบ Candid มากกว่า ด้วยเพราะว่าฉันไม่สามารถถ่ายแล้วเอามาดูได้เดี๋ยวนั้น ฉันทำได้แค่ถ่าย ขึ้นฟิล์มแล้วก็ถ่ายอีก ซึ่งภาพที่ได้ออกมาก็แสดงให้เห็นถึงลักษณะการถ่ายแบบนี้ ภาพที่ได้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความไม่สมบูรณ์แบบนี้กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เกิดความสนุกโดยบังเอิญ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยวิธีการทำงานของฉันที่มักจะอยู่กับดิจิตอล เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ

written by alexandrak and translated by montw_lingdum

No comments yet, be the first

Read this article in another language

The original version of this article is written in: English. It is also available in: Deutsch, Italiano, Français, 中文(简体版), 中文(繁體版) & 日本語.