Lca_120_september_2014_header
Have an account? Login | New to Lomography? Register | Lab | Current Site:

Lost in India # Jaisamer

ถ้าพูดถึงที่ๆ อยากไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง หลายๆ คนคงบอกว่าอยากไปที่หนาวๆ อยากไปเจอหิมะ ส่วนฝรั่งตาน้ำข้าวคงหนีไม่พ้นหลบร้อนมาทะเลเมืองไทย ส่วนผมก็คงเหมือนคนอื่นๆ ทั่วๆ ไปคือไปที่หนาวๆ หรือมีหิมะตกก็จะดี อ่าววแต่ไหงนี่ผมกำลังจะไปทะเลทรายงั้นเหรออออ... Jaisamer เป็นเมืองชายแดนที่ติดประเทศปากีสถาน ของแคว้นราชสถาน แคว้นที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยว

หลังจากที่ผมออกจากอุทัยปุร์ ผมเจอพี่สาวคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ Goa เมืองท่องเที่ยวทางทะเลของอินเดีย เมืองแห่งฮิปปี้ของวัยรุ่นแบ็คแพ็ค เรานอนรถคันเดียวมา Jaisamer เธอมากับแฟนหนุ่มชาวเมกันซึ่งเป็นครูสอนภาษาอยู่ที่ Goa ผมเลยอุ่นใจตลอดทั้งการเดินทาง เพราะหลังจาก อุทัยปุร์ ผมกับเพื่อนคนญี่ปุ่นก็แยกย้ายกัน เวลาจะเข้าห้องน้ำก็มีคนช่วยดูกระเป๋า หิวๆ พี่สาวก็เอาขนมให้กิน (ขอบคุณพี่สาวชาวไทยมากมาย ถึงแม้ว่าผมจะจำชื่อ จำหน้าพี่ไม่ได้แล้วก็ตาม)

ผมมาถึง Jaisamer พร้อมกับพี่ดาว (ผมขอสมมติชื่อพี่สาวคนนี้ว่าพี่ดาวตลอดทั้งทริปนี้น่ะ) พี่ดาวกับแฟนจองโรงแรมไว้เรียบร้อย ส่วนผมนั้นไม่ได้จองโรงแรมเพราะว่าผมเมลไปจองโรงแรมแต่ไม่ได้รับการตอบกลับมาจากโรงแรม เลยคิดว่าจะต้องเดินไปหาโรงแรมเอง พี่ดาวใจดีหยิบผมขึ้นรถเข้าเมืองไปพร้อมกันด้วย ผมจึงรอดจากปากเหยี่ยวปากกาที่ท่ารถ และเป็นเรื่องบังเอิญมากจริงๆ ที่โรงแรมพี่ดาวนั้นอยู่ติดกับโรงแรมที่ผมต้องการจะพักอยู่พอดี ผมจึงแยกกับพี่ดาวเพื่อไปเช็คห้องแต่ปรากฏว่าห้องเต็ม แต่ด้วยความโชคดีพี่ดาวได้สอบถามราคาห้องที่โรงแรมที่พี่แกพัก แล้วพอดีมีห้องว่าง แต่ราคานั้นช่างสูงเสียยิ่งกระไร เท่าที่จำได้ราคาน่าจะประมาณ 8-9 ร้อยรูปี แต่ด้วยผมพักคนเดียว และด้วยความที่พี่ดาวต่อรองราคาให้ผมได้พักที่ห้องนี้ 450 รูปต่อคืน มันช่างเป็นโชคดีของผมเสียยิ่งกระไร

คนที่ Jaisamer ก็ค่อนข้างใจดีและเป็นมิตร ระดับความเป็นมิตรและใจดีของคนอินเดียนั้น อาจจะแปลผันตรงกับระยะทางที่ออกมาจากเมืองใหญ่ๆ เช่น นิวเดลี หรืออัคราก็เป็นได้ ที่ Jaisamer จะมีป้อมปราการกลางเมือง มีนักวิชาการหรือนักอะไรสักอย่าง บอกไว้ว่าป้อมนี้จะมีอายุอยู่อีกไม่นานนัก เพราะว่ามีการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เป็นจำนวนมาก คนที่อยู่ในป้อมจึงค่อยๆ ขยับขยายออกมาอยู่นอกป้อมกันมากขึ้น เพราะเท่าที่สังเกตในป้อมส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมและร้านอาหาร

ไฮไลท์ของผมที่มา Jaisamer ก็เพื่อจะไปขี่อูฐที่ทะเลทรายธาร์ (ก่อนไปไม่รู้เลยว่าทะเลทรายที่จะไปชื่ออะไร รู้แต่ว่าไปขี่อูฐที่ Jaisamer เท่านั้น) ผมเลือกหาทัวร์ที่ถูกๆ แบบว่าไปเช้าเย็นกลับแค่นั้น เพราะไม่ได้คิดว่าจะต้องไปค้างคืนที่นั่นถึงแม้ว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนต่างบอกมาว่าไปแล้วต้องนอนค้างก็ตาม ผมน่าจะได้ One Day Trip มาที่ราคา 1200 รูปี แน่นอนผมต้องไปแชร์กับคนอื่น

กรุ๊ปที่ผมไปแชร์ด้วยเป็นคนอินเดียหมดเลย ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว ประมาณว่าปิคนิกนอกสถานที่ ครึ่งทางแรกผมรู้สึกถึงความตึงเครียด เพราะทุกคนไม่มีบทสนทนากันเลย แล้วความตึงเครียดก็ค่อยๆจางหายไปเมื่อหนูน้อยคนหนึ่งเริ่มมายิ้มให้ผม แล้วแม่ของเธอก็ชวนคุย ครอบครัวนี้มาจากเดลี สามีเป็นทหาร พาภรรยาและลูกสาวลูกชายมาเที่ยว

ทัวร์นี้รวมแล้วกับค่าขี่อูฐระยะทางที่รถมาส่งก็น่าจะสัก 200 เมตรโดยประมาณถ้าจำไม่ผิด เค้าค่อนข้างบริหารเวลาได้ดีเพราะเมื่ออูฐขี่ไปถึงที่ทะเลทราย ก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี ผมเพิ่งเคยเห็นพระอาทิตย์ตกดินที่ดวงใหญ่ที่สุดก็ที่นี่แหละ ใหญ่ม๊วกกกกก ใหญ่จริงๆ นะ

ขากลับนั่งคุยกับคุณแม่เธอถามผมว่าผมซื้อทัวร์มาราคาเท่าไหร่ ผมบอกราคาไปเธอถึงกับตกใจเพราะว่าเธอบอกว่า ทัวร์แค่นั่งรถมาแล้วขี่อูฐแค่นี้ไม่น่าเกิน 500 รูปี เอิ๊กกกกกกกกกกกก โอเคไม่โดนฟันก็เหมือนมาไม่ถึงอินเดีย เราก็ได้แต่บอกว่าอืมๆ ถูกสุดแล้วที่หามา คุณแม่ก็บอกว่า ราคานักท่องเที่ยวอาจจะแพง ผมก็ได้แต่ อืมๆ นักท่องเที่ยว

ผมจองรถไฟจาก Jaisamer ไป Jodhpur ผมโชคดีมากผมได้เจอครอบครัวทหารอีกครั้ง เค้าก็แนะนำให้ผมไปขึ้นโบกี้ไหน เบอร์อะไร แต่รู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมมีใบจองตั๋วแต่มีครอบครัวอินเดียครอบครัวหนึ่งมานอนที่ผมเรียบร้อย ผมก็คิดว่าเค้ามานั่งผิด เช็คแล้วมันก็เป็นชื่อเค้าน่ะ เอ๊ะ หรือว่าระบบมันจะมีปัญหา เถียงกันอยู่นานพอสมควรว่าผมจะต้องทำอย่างไร เพื่อนร่วมโบกี้ชาวยุโรปก็มาช่วยผม (อาจจะเพราะว่าเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน) สุดท้ายรู้ไหม ผมนั่นแหละที่ผิดเองผมจองเดือนผิด และนายตรวจตั๋วก็มา แนะนำให้ผมไปซื้อตั๋วแบบโลคัลมา ประมาณ 60 รูปี ตอนนั้นผมฝากสัมภาระทั้งหมดไว้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป (ซึ่งจำประเทศไม่ได้) แล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่เคาน์เตอร์แบบสุดชีวิตเพราะว่าอีกแค่ไม่เกิน 10 นาทีรถไฟจะออกแล้ว (เหนือยแบบว่าเหนื่อยแม้กกกกกกกกกกก เหนื่อยสุดดดดๆ) แล้วพอได้ตั๋วมานายตรวจตั๋วก็อัพตั๋วผมให้เป็นตั๋วตู้นอนห้องแอร์ โดยต้องจ่ายเพิ่มให้เท่ากับจำนวนราคาตั๋วจริง เฮ้อออออ มันช่างเป็นทริปที่ประทับใจจริงๆ

written by inine

3 comments

  1. sobetion

    sobetion

    มีแต่ภาพโหดๆ !!

    almost 2 years ago · report as spam
  2. 134340

    134340

    อุปสรรคเยอะมากกก แ่ต่ก็คุ้มเนาะพี่นาย~ :D

    almost 2 years ago · report as spam
  3. heart2heart

    heart2heart

    ภาพงามแต้ๆเน้อ

    almost 2 years ago · report as spam

Where is this?

Nearby popular photos – see more

Nearby LomoLocations