Petzval_header_october_2014
Have an account? Login | New to Lomography? Register | Lab | Current Site:

Lost in India # Udaipur

Udaipur เมืองแห่งทะเลสาบสีทอง ที่สุดแสนจะโรแมนติกที่สุดในยุคสองพัน

ผมออกจากพุชการ์เพื่อที่จะเดินทางมาต่อยังเมือง “อุทัยปุร์” ที่นี่ผมนัดกับเพื่อนญี่ปุ่นไว้ที่โรงแรมที่เพื่อนบอกว่า ถูกและดี ผมนั่งรถไฟมาถึงอุทัยปุร์ราวๆ สามทุ่มกว่า ภาพสถานี ภาพเดิมๆ ที่เคยเจอทุกสถานีก็กลับมาอีกครั้ง เหล่าบรรดาริกชอว์ต่างกรูกันเข้ามา แต่ผมก็เป็นโรคประหลาดคือผมจะไม่เลือกคันที่เข้ามาถามผม แต่ผมจะเลือกริกชอว์ที่ดูไม่สนใจผมเท่าไร

ผมตกลงราคาจนเป็นที่พอใจบอกชื่อโรงแรมที่นัดไว้กับเพื่อน แน่นอนริกชอว์ทุกคนรู้จักโรงแรมแห่งนี้ ผมไปถึงโรงแรมก็ไปถามหาเพื่อน แต่คำตอบที่ได้รับจากโรงแรมคือ โรงแรมนี้เต็มซึ่งถึงแม้ว่าผมจะมาถึงก่อนเพื่อนแต่เราก็ไม่สามารถพักที่นี่ได้อยู่ดี ผมไล่เช็ครายชื่อของแขกที่เข้าพักภายในวันนี้ ปรากฎว่าไม่มีชื่อเพื่อนอยู่ในลิสต์นั้นเลยไม่แปลกใจว่าทำไมเพื่อนถึงนัดที่โรงแรมนี้ เพราะแขกที่พักส่วนใหญ่จะเป็น ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี

สุดท้ายผมต้องจับริกชอว์คันเดิมเพื่อที่จะไปหาโรงแรมใหม่ เป็นธรรมดาน่ะครับริกชอว์จะเสนอโรงแรมของเค้าที่ว่าดีที่สุด ถูกที่สุด ห้องใหญ่ที่สุด เตื่อนไว้เลยนะครับว่าอย่าไปสนใจ ถ้าเรามีโรงแรมในดวงใจที่เราอยากจะไปพักอยู่แล้วบอกไปเลยว่า No Thank แต่อารมณ์นั้นผมไม่มีข้อมูลเลย เพราะก่อนหน้านั้นตกลงกับเพื่อนญี่ปุ่นว่าโอเคเราจะพักที่โรงแรมนี้ สุดท้าย ผมเลือกที่จะไปดูห้องที่ริกชอว์นำเสนอ ที่แรกแบบว่าแค่ทางเข้าผมก็หันหลังกลับแล้ว แต่ความพยายามของริกชอว์ยังไม่หมดแค่นั้น เขาพาผมไปดูแห่งที่สอง เจ้าของโรงแรมพาขึ้นไปดูห้อง ผมเดินขึ้นไปชั้น 4 แต่ละชั้นจะผ่านห้องเช่า ผมว่าเป็นห้องเช่านะ เพราะบางห้องอยู่กันเป็นครอบครัว แล้วสุดท้ายก็เป็นห้องที่เค้านำเสนอ ด้วยราคา 900 รูปี ต่อไปต่อมา เหลือที่ 700 รูปี

แต่ผมไม่ปลื้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้วผมจึงเลือกที่จะปฏิเสธ ผมเลือกที่จะเดินหาโรงแรมเอง และโรงแรมส่วนใหญ่แถบที่ผมเดินหาจะเต็ม แต่ผมก็ได้ความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยวหัวทอง เค้าเปิดหนังสือโลกเหงาแล้วบอกผมว่าคุณไม่ต้องกังวลน่ะ โรงแรมแถบนี้ยังมีอีกเยอะ ลองเดินไปริมแม่น้ำนะน่าจะยังมีห้องว่างอยู่ สุดท้ายผมมาได้โรงแรมติดแม่น้ำโลเคชั่นดีกว่า ห้องแรกที่ไปดู มีดาดฟ้าไว้กินข้าวและจิบเบียร์ยามค่ำคืนพร้อมกับวิวเมืองอุทัยปุร์ ด้วยราคา 350 รูปี

ผมแพลนอยู่ที่อุทัยปุร์ 1 คืนกับอีก 1 วัน ฉะนั้นเย็นๆ ของอีกวันรุ่งขึ้นผมต้องย้ายไปอีกเมืองแล้ว

เช้านี้ผมเดินสำรวจเมืองอุทัยปุร์ แต่ด้วยความบังเอิญ ผมก็ไปเจอกับเพื่อนญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง เราจึงตัดสินใจไปพระราชวังอุทัยปุร์ด้วยกัน ที่พระราชวังอุทัยปุร์ นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ เพราะถือว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ความยิ่งใหญ่ของพระราชวังพร้อมทั้งเรื่องราวของการสู้รบและการได้มาซึ่งดินแดนทำให้ผมถึงกับอึ้งไปเลย เพราะสมัยก่อนมหาราชาแห่งดินแดนภาระ มีการสู้รบแย่งดินแดนกับทางฝั่งยุโรปด้วย เดินดูเรื่องราวเหมือนกับกำลังดูหนังยุคกรีก-โรมันอย่างไงอย่างนั้นเลย

เราใช้เวลาที่พระราชวังค่อนข้างนานพอสมควร เพื่อนก็พาไปดูที่พัก จริงๆ แล้วผมกับเพื่อนพักใกล้ๆ กันเพราะเดินข้ามซอยนิดๆ ก็ถึงกันเล้ว ช่วงบ่ายๆ เพื่อนขอตัวแยกไปเยี่ยมบ้านเพื่อนคนอินเดียที่ไม่รู้ว่าเจอกันตรงไหน ส่วนผมของตัวเดินชมความงามของเมืองและข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำ และอีกฝั่งที่ผมข้ามไปทำให้ผมได้พบกับเพื่อนแบกเป้อีกคน เธอเป็นสาวอินโดนีเซีย รักการเดินทางเหมือนกัน แต่บางเมืองเธอบอกว่าค่อนข้างลำบาก เพราะผู้หญิงเดินทางคนเดียวบางประเทศไม่อนุญาตให้เข้า

ช่วงเย็นๆ ผมมีโอกาสได้ไปล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินตามที่หนังสือแนะนำ ผมว่าการมาอุทัยปุร์ครั้งหนึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำคือการนั่งเรือรอบทะเลสาบแล้วดูพระอาทิตย์ตกดิน โรแมนติคสุดๆ ยิ่งเวลาแสงเกือบสุดท้ายกระทบตัวพระราชวังมันจะเป็นสีทองสวยอย่าบอกใครเลยเชียว

ผมมีเวลาอยู่อุทัยปุร์แค่วันเดียวเท่านั้น หลังมื้อเย็นกับเพื่อนญี่ปุ่นผมแยกไปที่ท่ารถเพื่อที่จะต่อรถไปอีกเมือง ส่วนเพื่อนผมต้องกลับมาเดลีเพื่อที่จะบินกลับไทยเลย เส้นทางนี้ไม่มีรถไฟผมจึงต้องนั่งรถบัสแต่คราวนี้ผมได้รถนอน ซึ่งความโหดไม่แพ้กับรถบัสที่ผมนั่งมาจากอัคราเลยทีเดียว

written by inine

3 comments

  1. dakadev_pui

    dakadev_pui

    ถ้ามี เวลา มันนาไปยิ่งนักครับ : )

    about 2 years ago · report as spam
  2. inine

    inine

    @dakadev_pui เสีนดายอยู่ที่นี่นิดเดียวเองอ่ะ

    about 2 years ago · report as spam
  3. stecha

    stecha

    ถ่ายรูปสวยจนน้ำตาจะไหลเลย ปราสาทก็อลังจริงๆ > _ <

    almost 2 years ago · report as spam

Where is this?

Nearby popular photos – see more