Community_cup_july_2014
0 : 5

Monday 12:00 CET to Tuesday 12:00 CET – Build 5 LomoWalls which represent your love for analogue – Reward: 5 Piggies

0 : 1

Tuesday 12:00 CET to Wednesday 12:00 CET – Write a blog entry about why you love analogue photography – Reward: 5 Piggies

0 : 50

Wednesday 12:00 CET to Thursday 12:00 CET – Upload 50 Photos - Reward: 5 Piggies

0 : 1

Thursday 12:00 CET to Sunday 21:00 CET – Who do you think will win the huge climax to the football fiesta in Brazil? Take a lucky strike and make your guess in our magazine article - Reward: 10 Piggies

Have an account? Login | New to Lomography? Register | Lab | Current Site:

กาญจนบุรี, เสียงกระซิบแห่งสงคราม

1957, เดวิด ลีนน์ ได้สร้างภาพยนตร์ซึ่งกวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 7 ตัว นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" - แต่ในความเป็นจริง โศกนาฏกรรมและความเจ็บปวดนั้น ร้าวลึกเกินกว่าที่ภาพยนตร์ได้บอกเล่าไว้มากมายนัก ย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ..เมื่อ มหาสมุทรอินเดียอันตรายเกินไปสำหรับกองทัพแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ในการขนย้ายยุทโธปกรณ์ต่างๆ ..ทางออกเดียวที่เหลืออยู่ คือการตัดทางรถไฟฝ่าเข้าไปในป่าดงดิบชายแดนไทย-พม่า

“สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ดูจะเป็นส่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของทางรถไฟที่มีความยาวกว่า 400 กิโลเมตรนี้ สะพานแห่งนี้ถูกสร้างเป็น 11 ส่วน โดยมีคานรูปโค้งขนาบอยู่ด้านข้าง แต่ต่อมา ส่วนที่ 4, 5 และ 6 ได้ถูกเครื่องบินของสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดได้รับความเสียหาย ก่อนจะถูกสร้างขึ้นใหม่เป็น 2 ส่วนโดยมีคานรูปเหลี่ยมขนาบข้าง (เราจะสังเกตุได้ด้วยตาเปล่าว่า ส่วนที่เป็นคานเหลี่ยมจะยาวกว่าส่วนที่เป็นคานโค้งเล็กน้อย)

อันที่จริง ทางรถไฟสายไทย-พม่า ต้องใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี แต่ในขณะนั้นกองทัพญี่ปุ่น มีคำสั่งให้สร้างให้เสร็จภายใน 16 เดือน ซึ่งถูกลดลงเหลือ 12 เดือนในที่สุด ..ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสร้างทางรถไฟให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้นั่นจะหมายถึง การต้องตัดภูเขา (ด้วยมือ ..เป็นส่วนใหญ่) ก็ตาม

งานตัดภูเขา (ในตอนนั้น) เป็นงานที่ต้องทำกันทั้งกลางวันและกลางคืน ..ในเวลากลางคืน พื้นที่บริเวณนั้นจะถูกจุดไว้ด้วยคบเพลิงและกองไฟเป็นหย่อมๆ แลดูคล้ายปากทางสู่นรก ซึ่งนั่นคือที่มาของชื่อที่เหล่าเชลยศึกใช้เรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ช่องไฟนรก”

ณ กึ่งกลางของช่องเขาขาด (ช่องไฟนรก) มีต้นไม้ตั้งตระหง่านอยู่ต้นหนึ่ง ..ต้นไม้ต้นนี้ทำให้ช่องเขาแห่งนี้ ไม่สามารถเป็นทางเดินรถไฟได้อีกตลอดกาล ..และหากเราเปิดใจให้กว้าง เราอาจได้ยินเสียงกระซิบจากต้นไม้ต้นนี้ และละอองดินทุกเม็ดเบื้องล่างว่า …… “ช่องเขาแห่งนี้ ไม่ควรเป็นทางผ่านสำหรับมนุษย์ ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว”

นอกจากนี้, การสร้างทางรถไฟเลียบไปกับหน้าผา ก็เป็นงานท้าความตายอีกงานหนึ่ง

ในการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ “ทางรถไฟสายมรณะ” นี้ ต้องสังเวยไปถึง 100,000 ชีวิต จากทั้งประเทศอังกฤษ, ฮอลแลนด์, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย, อินเดีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา, พม่า, สิงค์โปร์, ทมิฬ, เกาหลี, ญี่ปุ่น และไทย (รวมทั้ง สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, ลาว) บางคนถึงกับพูดว่า จำนวนผู้เสียชีวิต มีมากมายเท่าจำนวนไม้หมอนรถไฟ ที่เรียงรายจากประเทศไทยไปถึงพม่าเลยทีเดียว

ทุกๆปี ในเดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดงาน “เทศกาลสันติภาพ” ขึ้นที่กาญจนบุรี ผมอยากให้คุณได้ไปที่นั่น เพื่อรับฟังเสียงกระซิบจากสงคราม ด้วยตัวคุณเอง

ผมขออภัยที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ว่า ผมเจ็บปวดเพียงใด เมื่อผมถ่ายภาพเหล่านี้

ขออย่าให้มีสงครามอีกเลย!!!

written by nicknopporn and translated by nicknopporn

1 comment

  1. nicknopporn

    nicknopporn

    ขอบคุณครับ คุณโก้ ...ว่องไวปานกามนิตหนุ่ม เลยทีเดียว ^_^

    almost 4 years ago · report as spam

Where is this?

Nearby popular photos – see more

Nearby LomoLocations

Read this article in another language

The original version of this article is written in: English.